ประวัติสมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย

  ประวัติสมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย

  สมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย (Thailand DanceSport Association) มีชื่อย่อเป็นภาษาอังกฤษว่า TDSA เป็นสมาชิกถาวรของสหพันธ์กีฬาลีลาศนานาชาติ (IDSF) ซึ่งปัจจุบันมีประเทศสมาชิกทั่วโลกรวม 79 ประเทศ และได้รับการรับรองจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) นอกจากนี้ สมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทยยังเป็นสมาชิกของ "GAISF" General Association of International Sports. "IWGA" International World Games Association และ. "ARISF" Association of the IOC Recognized Sports Federation

  สมาคมฯ มีชี่อเดิมว่า สมาคมลีลาศสมัครเล่น (ประเทศไทย) เริ่มก่อตั้งขึ้นโดย คุณสิทธิชัย ปรียาดารา และกลุ่มนักธุรกิจที่มีความชื่นชอบและใจรักการลีลาศ ซึ่งมีคุณจรัญ เจียรวนนท์ เป็นแกนนำและเป็นนายกสมาคมฯ ก่อตั้ง คุณธเนต จินดาโชตสิริ คุณบุรินทร์ วงศ์สงวน คุณขวัญใจ รัตนพงศ์ และคุณสุชัย เพียรพัฒนางกูร เป็นอุปนายกสมาคมฯ นอกจากนี้ สมาคม ฯ ยังได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน เป็นนายกกิตติมศักดิ์อีกด้วย

สมาคม ฯ ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2535 มีวัตถุประสงค์เพื่อ เป็นแกนกลางในการส่งเสริมการลีลาศให้แพร่หลาย และพัฒนาการลีลาศให้เป็นมากกว่าการเป็นเพียงกิจกรรมทางสังคม นั่นคือ ความเป็นกีฬาลีลาศที่มีมาตรฐานสากล มีกฎ กติกามารยาท และเป็นกีฬาที่มีรูปแบบการแข่งขัน คำขวัญของสมาคม ฯ คือ "กีฬาลีลาศเพื่อสุขภาพ มิตรภาพ บุคลิกภาพ สังคม และบันเทิง" สมาคมฯ ได้จัดงานเปิดตัวเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2535 ที่ภัตตาคารแกแล็กซี่ ถนนพระราม 4 และได้เริ่มเปิดรับสมาชิกในวันเดียวกันนั้น มีผู้สนใจเข้าร่วมงานและสมัครเป็นสมาชิกกว่า 600 คน หลังจากนั้นเป็นต้นมา สมาคม ฯ ก็ได้จัดงานลีลาศเพื่อสุขภาพต่อเนื่องกันมาเป็นประจำทุกเดือน รวมทั้งได้จัดกิจกรรม การเรียน การสอน และการฝึกอบรมให้กับสมาชิกทั่วประเทศและบุคคลทั่วไป สมาคม ฯ ได้ระดมผู้มีความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์มาเป็นวิทยากร อีกทั้งยังได้เชิญ Coach จากประเทศต่าง ๆ เป็นต้นว่า ประเทศอังกฤษ เยอรมนี ออสเตรเลีย มาทำการสาธิต และให้ความรู้แก่นักกีฬาและผู้ฝึกสอนอยู่เป็นประจำ

  วันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2540 คณะกรรมการโอลิมปิกสากล ได้ให้การรับรองการลีลาศอย่างเป็นทางการว่า เป็นหนึ่งในชนิดกีฬา ภายใต้กฎ กติกา ของโอลิมปิกสากล ขณะเดียวกัน สหพันธ์กีฬาลีลาศแห่งเอเซีย (Asian DanceSport Federation) หรือ ADSF ก็ได้ก่อกำเนิดขึ้น โดยมีคุณสุชัย เพียรพัฒนางกูร อุปนายกสมาคม ฯ เป็นประธานสหพันธ์คนแรก โดยได้รับการสนับสนุนจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น และสมาชิกในภาคพื้นเอเซียอีกหลายประเทศ ในการเข้าเป็นสมาชิกของสภาโอลิมปิกแห่งเอเซีย (OCA) โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะผลักดันให้กีฬาลีลาศเข้าเป็นหนึ่งในชนิดกีฬาของการแข่งขันกีฬา Asian Game ครั้งที่ 13 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เมื่อปี พ.ศ. 2541 ในที่สุด กีฬาลีลาศก็ได้เข้าร่วมเป็นกีฬาสาธิตในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ หรือบางกอกเกมส์ ในปีนั้น นับเป็นครั้งแรกของโลกที่ลีลาศได้เข้าร่วมในการแข่งขันกีฬาภายใต้ กฎ กติกา ของโอลิมปิก ผลพวงจากการที่ สภาโอลิมปิกสากลได้รับรองลีลาศให้เป็นกีฬา ทำให้คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้การรับรองลีลาศเป็นกีฬาลีลาศ และให้สมาคมลีลาศสมัครเล่น (ประเทศไทย) เป็นองค์กรที่รับผิดชอบในการจัดการแข่งขัน และส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันในระดับนานาชาติ และในระดับโลก

ต่อมา สมาคมลีลาศสมัครเล่น (ประเทศไทย) ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้อนุญาตให้ใช้คำว่า "แห่งประเทศไทย" ต่อท้ายชื่อของสมาคม ฯ หลังจากนั้นก็ได้เข้าร่วมในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ และกีฬาเยาวชนแห่งชาติ โดยเริ่มจาก เข้าร่วมเป็นกีฬาสาธิตในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 15 "ยะลาเกมส์" ที่จังหวัดยะลา

  กิจกรรมของสมาคมฯ ตลอดระยะเวลา ที่ดำเนินการมามีมากมาย อาทิเช่น

  1. การจัดกิจกรรม "ลีลาศเพื่อสุขภาพ" เดือนละ 1 ครั้ง เป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิกของสมาคมฯ ได้ออกกำลังกาย และสังสรรค์กันในบ่ายวันอาทิตย์ ซึ่งวัตถุประสงค์แฝงของกิจกรรมนี้ยังมีเพื่อเป็นการปรับทัศนคติที่ว่า ลีลาศนั้นมิใช่เป็นกิจกรรมยามค่ำเท่านั้น แต่สามารถเป็นกีฬาที่ออกกำลังได้ในเวลากลางวันอีกด้วย และยังมีงานแพรวพราวดาวลีลาศ ซึ่งจัดขึ้นเดือนละ 1 ครั้ง เช่นกัน

  2. ปี พ.ศ. 2539 สมาคมฯ จัดการแข่งขันกีฬาลีลาศชิงถ้วยพระราชทานควีนคัพ ชื่องาน ว่า (Golden Jubilee Thailand Queen's Cup DanceSport Championships -Open to the world) โดยมีนักกีฬาลีลาศทั่วโลกกว่า 25 ประเทศ เข้าร่วมการแข่งขัน นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการจัดการแข่งขันกีฬาลีลาศระดับนานาชาติ

  3. ปี พ.ศ. 2543 สมาคมฯ ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขันกีฬาลีลาศนานาชาติ "Bangkok Cup DanceSport Championships 2002" ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนักกีฬาลีลาศ จาก 29 ประเทศทั่วโลก เข้าร่วมการแข่งขัน

  4. ปี พ.ศ. 2545 สมาคมฯ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร จัดโครงการลีลาศต้านยาเสพติด เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ เยาวชน และประชาชนโดยทั่วไปหันมาเล่นกีฬา และห่างไกลจากยาเสพติด ซึ่งโครงการนี้ได้เริ่มต้นมาตั้งแต่วันเสาร์ที่ 6 มกราคม 2545 ครั้งที่ 1 ถึงปัจจุบัน ดำเนินการมาแล้วทั้งสิ้น 37 ครั้ง โดยโครงการนี้จัดขึ้น ณ อาคารลีลาศ ลุมพินี กรุงเทพมหานคร มีเป็นประจำทุกวันเสาร์แรกและเสาร์ที่สามของเดือน เริ่มตั้งแต่ เวลา 11.00 - 18.00 น.

  5. สมาคมฯ จัดโครงการอบรมผู้ฝึกสอนกีฬาลีลาศและผู้ตัดสินกีฬาลีลาศ โดยได้รับการสนับสนุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อให้ก่อเกิดบุคลากรที่มีความรู้ และเทคนิคของกีฬาลีลาศที่ถูกต้อง รวมถึงเทคนิคใหม่ ๆ อีกทั้งยังมีคุณภาพ และมาตรฐานทางด้านกีฬาลีลาศ ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งโครงการดังกล่าวเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 มีการอบรมผู้ฝึกสอนตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปัจจุบันจำนวน 8 รุ่น 430 คน ในการจัดอบรมแต่ละครั้งสมาคมกีฬาจังหวัดต่าง ๆทั่วประเทศ ได้ส่งบุคลากรของจังหวัดเข้าร่วมการฝึกอบรมได้ต่ำกว่า 30 จังหวัดทั่วประเทศ และในการอบรมผู้ตัดสินจัดให้มีขึ้นปีละ 1 ครั้ง โดยเริ่มโครงการครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2545 มีผู้เข้าร่วมการอบรมทั้งสิ้น 40 คน จากทั่วประเทศ

  6. การเข้าร่วมจัดการแข่งขันกีฬาลีลาศภายในประเทศ สมาคมฯ เข้าร่วมในการจัดการแข่งขันกีฬาลีลาศในการแข่งขันกีฬาต่าง ๆ มากมาย อาทิเช่น
   
- การแข่งขันกีฬาลีลาศ ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 32 " มหานครเกมส์" ปี พ.ศ. 2543 ณ กรุงเทพมหานคร
- การแข่งขันกีฬาลีลาศ ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 33" นครเชียงใหม่เกมส์" ปี พ.ศ. 2545 ณ จังหวัดเชียงใหม่
- การแข่งขันกีฬาลีลาศ ในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 16 "เมืองช้างเกมส์" ปี พ.ศ. 2542 ณ จังหวัดสุรินทร์
- การแข่งขันกีฬาลีลาศ ในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 17 "เมืองแพร่เกมส์" ปี พ.ศ. 2544 ณ จังหวัดแพร่
- การแข่งขันกีฬาลีลาศ ในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 18 "พังงาเกมส์" ปี พ.ศ. 2545 ณ จังหวัดพังงา
- การแข่งขันกีฬาลีลาศ ในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 19 " ช้างเผือกเกมส์" ปี พ.ศ. 2546 ณ จังหวัดเพชรบุรี
- การแข่งขันกีฬาลีลาศ ในการแข่งขันกีฬาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
- การแข่งขันกีฬาลีลาศมหาวิทยาลัย ณ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- การแข่งขันกีฬาลีลาศชิงแชมป์รุ่นยุวชน ประจำปี 2545 (TDSA Junior DanceSport Championships 2002) ณ อาคารลีลาศ ลุมพินี กรุงเทพมหานคร
- การแข่งขันกีฬาลีลาศต้านยาเสพติด ประจำปี 2546 ณ อาคารลีลาศ ลุมพินี กรุงเทพมหานคร ซึ่งการเข้าร่วมจัดการแข่งขันต่าง ๆ ทำให้เกิดนักกีฬาลีลาศสายเลือดใหม่ขึ้นมากมาย ดังจะเห็นได้จากนักกีฬาที่ขึ้นทะเบียนกับการกีฬาแห่งประเทศไทย มีจำนวนถึง 1,800 คน

  7. สมาคมฯ ได้ร่วมกับหน่วยงาน องค์กรการกุศลต่างๆ ในการเผยแพร่กีฬาลีลาศ อาทิเช่น
   
- การจัดสาธิตกีฬาลีลาศในงานลีลาศการกุศลต่าง ๆ
- การจัดแสดงโชว์ลีลาศ จากนักลีลาศกิตติมศักดิ์ เช่น ท่านผู้หญิงเพ็ญศรี วัชโรทัย ในโอกาส "เฉลิมพระชนม์ล้นเกล้า" โดยรายได้สมทบทุนเสด็จตามพระราชอัธยาศัยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช รัชกาลที่ 9
- ร่วมกับกรุงเทพมหานคร จัดงานลีลาศถนนคนเดิน เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ กีฬาลีลาศ ให้เป็นที่รู้จักของประชาชนโดยทั่วไป
- ร่วมกับกรุงเทพมหานคร จัดงานปิดถนนสีลม ในสัปดาห์ "ลีลา ลีลาศ"

  8. สมาคมฯได้จัดให้มี"การแข่งขันกีฬาลีลาศชิงแชมป์แห่งประเทศไทย"เพื่อคัดเลือกนักกีฬาลีลาศตัวแทนประเทศไทย
ไปแข่งขันกีฬาลีลาศยังต่างประเทศเป็นประจำทุกปี ซึ่งนักกีฬาลีลาศตัวแทนประเทศไทยในปีนี้ ได้แก่
ประเภท Standard นายเทพพร โมกขุนทด และนางสาวจรูญรัตน์ สินเจริญ
ประเภท Latin American ได้แก่ นายเอื้อพันธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และนางสาววรภา จริยธรรมรัตน์

  9. การจัดส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาลีลาศยังต่างประเทศ เป็นประจำทุกปี อาทิเช่น
   
- การแข่งขันกีฬาลีลาศ ชิงแชมป์เอเซียแชมป์เปี้ยนชิพ
- การแข่งขันกีฬาลีลาศ ชิงแชมป์เอเชียนแปซิฟิก

  10. ในส่วนของการจัดหาผู้ฝึกสอนกีฬาลีลาศชาวต่างประเทศ สมาคมฯได้เชิญผู้ฝึกสอนชาวต่างประเทศมาให้ความรู้ เทคนิคกีฬาลีลาศแบบใหม่ ๆ แก่นักกีฬาเป็นประจำทุกปี และยังได้เชิญ Examiner มาทำการวัดระดับความรู้ของผู้ฝึกสอนกีฬาลีลาศ และนักกีฬาลีลาศ ให้ได้มาตรฐานตามระดับสากล เป็นประจำทุกปี ตลอดเวลา 12 ปีที่ผ่านมาสมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะเป็นหน่วยงานที่ทำการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา กีฬาลีลาศของประเทศไทย อีกทั้งยังมุ่งหวังให้ประเทศไทยพัฒนากีฬาลีลาศให้ทัดเทียมนานาประเทศ และภาระกิจนี้จะยังคงดำเนินต่อไป ด้วยความสนับสนุนจาก หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรต่างๆ สมาชิกและประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ